กล้วยหอมทอง บ้านช่องหลำ เจ๋งจริงๆ…เผยเทคนิคผลิตคุณภาพส่งขายญี่ปุ่น

กล้วยหอม นอกจากกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังประกอบไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติ 3 ชนิดคือ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส อีกทั้งยังมีเส้นใยอาหารรวมทั้งวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ หลายชนิด มีส่วนช่วยลดอาการท้องผูก โรคโลหิตจาง และยังช่วยรักษาแผลในลำไส้เรื้อรัง รักษาโรคความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยและเหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ จึงไม่น่าแปลกใจที่มีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมกระจายอยู่ทั่วประเทศ

 

กล้วยหอมทอง บ้านช่องหลำ ต.ปลายพระยา ผลิตได้คุณภาพ ส่งขายประเทศญี่ปุ่นกล้วยหอมทอง บ้านช่องหลำ ต.ปลายพระยา ผลิตได้คุณภาพ ส่งขายประเทศญี่ปุ่น

วางแผนให้มีผลผลิตอย่างต่อเนื่อง

ก่อนจะปลูกอะไรต้องหาตลาดก่อน แนวคิดของ คุณจตุพงษ์ สังข์นุ่น หรือ น้องนาน อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 9 ตำบลลายพระยา จังหวัดกระบี่ เกษตรกรหัวก้าวหน้า เล่าว่า เดิมทำสวนมะละกอเรดเลดี้มาก่อน แต่เมื่อมะละกอหมดอายุ จึงคิดหาพืชใหม่มาทดลองปลูก เพราะปลูกมะละกอในพื้นที่ซ้ำๆ ผลผลิตจะไม่ดีและมีโรคมาก สนใจปลูกกล้วยหอมทอง จึงค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต พบว่ากล้วยหอมทองเป็นพืชที่น่าสนใจ และมีสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวบรวมผลผลิตที่ได้มาตรฐานส่งขายประเทศญี่ปุ่น จึงตัดสินใจเข้าไปขอความรู้และสมัครเป็นสมาชิกปลูกกล้วย ซึ่งเป็นเวลาที่พอดีกับทางสหกรณ์กำลังมีโครงการขยายพื้นที่ปลูกเพื่อให้มีผลผลิตส่งอย่างต่อเนื่อง

โดยทางสหกรณ์จะส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจพื้นที่และวางระบบการผลิตให้ก่อน เริ่มแรกคุณจตุพงษ์ลองปลูก 12 ไร่ ประมาณ 5,000 ต้น ดูแลกล้วยไปตามระบบของสหกรณ์จนออกเครือและเก็บเกี่ยว ใช้ระยะเวลาประมาณ 8 เดือน เก็บผลผลิตได้ 40 ตัน ส่งให้กับสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร แบ่งเป็น 2 ราคา คือ 12.50 บาท/กก. คิดเป็นร้อยละ 70 ของผลผลิต และราคา 17.50 บาท/กก. คิดเป็นร้อยละ 30 รวมที่ขายได้คิดเป็นเงินทั้งสิ้น  560,000 บาท

คุณจตุพงษ์ เล่าว่า ตนมีพื้นที่ 21 ไร่ มะละกอเรดเลดี้ เป็นพืชทำเงินตัวแรกที่ทำให้มีเงินทุนมาขุดสระเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในสวน แต่หลังจากมะละกอหมดอายุหาต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพมาปลูกต่อไม่ได้ ต้นแคระแกร็น และมีโรคมาก จึงหาพืชตัวอื่นมาปลูกแทน ลองปลูกกล้วยหอมทอง 12 ไร่ ชมพู่ทับทิมจันทร์ 4 ไร่ และแซมด้วยตะไคร้ระหว่างต้นชมพู่ มีนะนาวในวงท่อ 50 ท่อ ขุดสระเก็บน้ำประมาณ 2 ไร่ ซึ่งกล้วยหอมทองที่ทดลองปลูกปรากฏว่าได้คุณภาพตามมาตรฐานส่งออกของทางสหกรณ์ เพราะทำตามที่เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ได้แนะนำไว้ ปัจจุบันกำลังวางแผนการผลิตเพื่อให้สามารถส่งได้อย่างต่อเนื่อง และชักชวนเพื่อนและญาติมาร่วมปลูกด้วยเพื่อให้มีปริมาณและมีผลผลิตส่งในช่วงที่ของตนขาด

แปลงกล้วยหอมทอง ตำบลปลายพระยาแปลงกล้วยหอมทอง ตำบลปลายพระยา

แปลงกล้วยหอมทอง ปลูกระยะ 2x2 เมตรแปลงกล้วยหอมทอง ปลูกระยะ 2×2 เมตร

ปลูกตะไคร้แซมชมพู่ทับทิมจันทร์ปลูกตะไคร้แซมชมพู่ทับทิมจันทร์

หลังเปลี่ยนสวนมะละกอมาปลูกกล้วยหอมทอง คุณจตุพงษ์ บอกว่า แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพราะกล้วยไม่ต้องใช้สารเคมี ปลูกทิ้งไว้ ออกหวี ออกเครือ…แต่ต้องปลูกและดูแลในแบบที่สหกรณ์กำหนดทั้งใช้ปุ๋ยชีวภาพ การตัดแต่งใบ ซึ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะใบกล้วยแห้งต้องตัดออกให้หมด เพื่อป้องกันใบสีกับผลกล้วย ซึ่งจะทำให้ผิวไม่สวย กำจัดวัชพืชให้สวนโล่งโปร่ง อากาศถ่ายเทง่าย เพื่อป้องกันการเกิดเพลี้ยแป้ง…ส่วนการให้น้ำ ติดตั้งระบบสปริงเกอร์ และให้สม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง อย่าให้ขาดน้ำ ต้นจะแกร็นไม่โต และถ้าออกลูกจะมีขนาดเล็ก

ในกล้วย 1 กอ ให้เลือกเอาเฉพาะต้นสมบูรณ์ไว้เพียง 1 ต้น ถ้าไว้มาก จะเกิดการแย่งอาหารกันเอง ทำให้เครือเล็ก ผลกล้วยไม่ได้ขนาด และเมื่อกล้วยออกเครือหวีแก่ 70-75% ก็สามารถตัดขายได้

กล้วยหอมทองปลูกแซมปาล์มน้ำมันกล้วยหอมทองปลูกแซมปาล์มน้ำมัน

ต้นทุนการปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารเคมี พื้นที่ 1 ไร่ จำนวน 400 หน่อ

  1. ค่าเตรียมดิน 1,700 บาท

  2. ค่าหน่อพันธุ์ 3,200    บาท

  3. ค่าแรงปลูก 1,200    บาท

  4. ค่าน้ำมันตัดหญ้า (8 ครั้ง) 1,200    บาท

  5. ค่าแรงตัดหญ้า (8 ครั้ง) 400      บาท

  6. ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง (รดน้ำ) 3,000    บาท

  7. ค่าปุ๋ยคอก 2,400    บาท

  8. ค่าปุ๋ยเคมี 3,000     บาท

    รวมต้นทุน 16,100    บาท

สรุป ต้นทุน/ต้น 40.25 บาท รวม 16,100 บาท /400 (หน่อ) กรณีต้นทุนที่ไม่มีระบบน้ำ 32.75 บาท/ต้น

การให้ปุ๋ย

  1. ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 เมื่อกล้วยหอมอายุ 1 เดือน ด้วย สูตร 46-0-0 หรือ 25-7-7 หรือสูตรใกล้เคียง อัตรา 80-100 กรัม/ต้น

  2. ใส่ปุยครั้งที่ 2 เมื่อกล้วยหอมอายุ3 เดือน ด้วย สูตร 46-0-0 หรือ 25-7-7 หรือสูตรใกล้เคียง อัตรา 250 กรัม/ต้น

  3. ใส่ปุยครั้งที่ 3 เมื่อกล้วยหอมอายุ 5 เดือน ด้วย สูตร 5-15-20 หรือสูตรใกล้เคียงอัตรา 250 กรัม/ต้น

  4. ใส่ปุยครั้งที่ 4 เมื่อกล้วยหอมอายุ 6-7 เดือน เพื่อบำรุงคุณภาพผลิต ด้วยสูตร 13-13-21อัตรา 50 -100 กรัม

การแต่งหน่อ หลังจากปลูกกล้วยประมาณ 3-5 เดือน ให้แต่งหน่อเพื่อให้ต้นต้นแม่มีความสมบูรณ์

การตัดแต่งทางใบ ควรตัดแต่งทางใบเมื่อกล้วยมีอายุ 3-5 เดือนตัดเฉพาะใบที่หมดอายุการใช้งานโดยเหลือไว้ไม่ตำกว่า 8-10 ใบ

การออกปลี มื่อปลูกกล้วยไปแล้วประมาณ 6-8 เดือนกล้วยจะมีลำต้นขนาดใหญ่พร้อมออกปลีโดยจะแตกใบยอดสุดท้าย ซึ่งมีขนาดสั้นและเล็กมากชูก้านใบชี้ขึ้นท้องฟ้า เรียกว่า ” ใบธง” หลังจากนั้นกล้วยจะแทงปลี กล้วยสีแดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน และกาบปลีจะบานจนสุดหวี

การตัดปลี หลังจากกล้วยออกปลีระยะหนึ่ง หวีที่อยู่ปลายเครือจะเริ่มเล็กลงและผลจะสั้นขนาดของผลไม่สม่ำเสมอกันซึ่งเรียกว่า “หวีตีนเต่า” จะตัดแต่งปลายเครือถัดจากหวีตีนเต่า 3 ชั้นเพื่อไว้สำหรับปลายเครือเมื่อถึงช่วงเวลาเก็บเกี่ยว

การค้ำยันต้น ต้องใช้ไม้ค้ำยันหรือดามกล้วยทุกต้นที่ออกปลีแล้ว เพื่อป้องกันลำต้นล้ม และตรวจดูการค้ำยันให้อยู่ในสภาพที่มันคงแข็งแรง

การเก็บเกี่ยว หลังจากตัดปลีกล้วยออจากเครือแล้ว ประมาณ 53 วัน จะได้เนื้อกล้วยประมาณ 70-75% จึงทำการตัดกล้วยทั้งเครือแล้วนำมาหุ้มด้วยแผ่นโฟมขนาด 3 มม. เพื่อป้องกันกล้วยช้ำระหว่างการขนส่ง

หมายเหตุ ควรมีการใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยชีวภาพ ร่วมกับการใส่ปุ๋ยเคมี ทุกครั้งเพื่อลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยเคมี

กล้วยหอมทอง บ้านช่องหลำ ต.ปลายพระยา ผลิตได้คุณภาพ ส่งขายประเทศญี่ปุ่น

มาตรฐานกล้วยหอมทอง 1.เป็นแปลงกล้วยของสมาชิกที่ไม่ใช้สารเคมี 2. สีเนื้อของกล้วยความแก่อยู่ที่ประมาณ 70-75% 3. กล้วยที่ทำการส่งออกจะต้องมีน้ำหนักต่อลูก อย่างน้อย 110 กรัม/ลูก 4. รอยแผล ช้ำ ปานแดง และลูกลาย บนผิวกล้วยนั้นรวมแล้วไม่เกิน 20%

กล้วยหอมทองสวยๆ ได้คุณภาพกล้วยหอมทองสวยๆ ได้คุณภาพ

สำหรับท่านใดที่สนใจกล้วยหอมคุณภาพ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณจตุพงษ์  สังข์นุ่น เลขที่ 99 หมู่ที่ 9 บ้านช่องหลำ ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ โทรศัพท์ (06) 5348-8756