เลี้ยงหมูแบบ “คอนแทรคฟาร์มมิ่ง” ไร้เสี่ยง…คือคำตอบของเกษตรกรยุค 4.0 ???

การมีอาชีพที่ไร้ความเสี่ยง(เสี่ยงน้อย)ถือเป็นสุดยอดปรารถนาของทุกคน เพราะเมื่อไม่มีความเสี่ยงก็ย่อมมีความมั่นคงยั่งยืนตามมา “เกษตรกร” ถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะด้านการตลาด ที่มีความผันผวนตามปัจจัยภายนอกทั้งเรื่องดินฟ้าอากาศ เศรษฐกิจ การบริโภค ฯลฯ ทำให้หลายคนหลีกหนีจากอาชีพนี้

 

แต่ “ปกรณ์ แก้วทอง” กลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะเขาเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้หากเลือกในสิ่งที่ถูกต้องและวันนี้เขาก็ได้พิสูจน์ความเชื่อนั้นด้วยการเป็นเกษตรกรสมัยใหม่ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ

นักวิชาการคอมพิวเตอร์ หัวใจเกษตรกร

คุณปกรณ์บอกว่าแม้ว่าปัจจุบันจะรับราชการเป็นนักวิชาการคอมพิวเตอร์ ในโรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี แต่ด้วยความสนใจในการเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่เด็กๆ จึงหมั่นศึกษาหาลู่ทางที่จะเดินตามความฝันนี้มาตลอด จนมารู้จักกับ “โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรรุ่นพันธุ์ วารินชำราบหรือโครงการฝากเลี้ยง” (Contact farming-เกษตรพันธะสัญญา) กับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟจากเพื่อนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกับซีพีเอฟที่โครงการส่งเสริมฯ วารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี


“ปกรณ์ฟาร์ม” ขนาด 3 โรงเรือน เลี้ยงหมูจำนวน 1,800 ตัว และพร้อมที่จะขยายอีกในในอนาคต

“เห็นเพื่อนเลี้ยงหมูกับซีพีเอฟมาก่อนแล้วมีรายได้ดีและขยายการเลี้ยงเพิ่มขึ้น ระบบการดูแลของบริษัทและวิธีบริหารจัดการก็เป็นมาตรฐาน ที่สำคัญเมื่อศึกษาลึกไปถึงสัญญาการเลี้ยงก็พบว่าเป็นอาชีพที่ไม่มีความเสี่ยงด้านการตลาดเพราะบริษัททำหน้าที่เป็นตลาดรองรับ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องขายหมูเองเหมือนเกษตรกรอิสระ เรียกว่าเป็นอาชีพที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้จริงๆ” คุณปกรณ์ เล่าถึงที่มาของการตัดสินใจลงทุนสร้าง “ปกรณ์ฟาร์ม” ในปี 2558 เพื่อเลี้ยงหมูสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว

โดยมีฟาร์มตั้งอยู่ที่ 123 ม.3 ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี ขนาดฟาร์ม 3 โรงเรือน ปัจจุบันเลี้ยงหมูจำนวน1,800 ตัว และพร้อมที่จะขยายอีกในในอนาคต

กว่าจะมาเป็นฟาร์มเลี้ยงหมูที่ทันสมัย

ก่อนจะเริ่มเลี้ยงหมูอันดับแรกทางเจ้าหน้าที่ของซีพีเอฟจะเข้ามาดูความเหมาะสมของสถานที่ตั้งฟาร์มก่อน เมื่อพิจารณาผ่านจึงทำประชาพิจารณ์กับชุมชนรอบข้าง จากนั้นจึงเริ่มก่อสร้างฟาร์ม ที่ปกรณ์ฟาร์มมีโรงเรือนเลี้ยงหมู 3 หลัง ความจุหมู 1,800 ตัว โดยตลอดเวลาบริษัทจะให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ จึงพาเกษตรกรไปศึกษาดูงานการเลี้ยงหมูและระบบการจัดการฟาร์มจากเพื่อนเกษตรกรที่เลี้ยงหมูมาก่อนเพื่อให้เกษตรกรรุ่นพี่เป็นทั้งผู้ถ่ายทอดความสำเร็จ ความรู้และเทคนิคการเลี้ยง รวมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรายใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพขณะเดียวกันบริษัทจะให้คำแนะนำตลอดการเลี้ยงทำให้เกษตรกรเลี้ยงหมูได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


การบริหารจัดการน้ำผ่านการบำบัดจากระบบไบโอแก๊ส
ฟาร์มหมูต้องอยู่ร่วมกับชุมชนให้ได้

ที่สำคัญปกรณ์ฟาร์มมุ่งเน้นระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ ด้วยแนวคิดที่ว่า “ฟาร์มต้องเป็นส่วนหนึ่งและอยู่ร่วมกับชุมชนให้ได้” จึงเป็นที่มาของการจัดทำระบบไบโอแก็สและระบบกรองอากาศท้ายพัดลมเพื่อลดกลิ่นที่อาจหลงเหลืออยู่ส่วนน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบไบโอแก๊ส ที่สะอาดและมีแร่ธาตุที่เหมาะสมกับพืช ฟาร์มนำไปรดแปลงผัก และต้นไม้ที่ปลูกไว้ในบริเวณฟาร์มผลที่ได้นอกจากจะสามารถบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังได้ผักสดปลอดสารมารับประทานในครัวเรือน ส่วนที่เหลือก็สามารถแบ่งให้เพื่อนบ้านหรือจำหน่ายให้เกิดรายได้เสริมแก่เกษตรกร นอกจากนี้ ยังแบ่งปันน้ำที่ผ่านการบำบัดให้เกษตรกรในชุมชนนำไปรดต้นพืช อาทิ ไร่มันสำประหลัง และยางพารา ช่วยลดปัญหาวิกฤติภัยแล้งได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอีกทางหนึ่ง

บริหารจัดการอย่างไรให้ขายได้ 350,000 บาทต่อรุ่น?

คุณปกรณ์ฟาร์มยังให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค ที่เป็นปัจจัยความสำเร็จลำดับต้นๆในการเลี้ยงหมู จึงมีการควบคุมและป้องกันโรคด้วยการพ่นยาฆ่าเชื้อรถทุกคันที่เข้าออกฟาร์ม รวมถึงบุคคลที่จะเข้าไปในเขตการเลี้ยงสัตว์ต้องอาบน้ำเปลี่ยนชุดที่ฟาร์มจัดไว้ มีการจุ่มเท้าในน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าโรงเรือนทุกครั้ง

“ผมประทับใจในระบบบริหารจัดการและการสนับสนุนที่ดีจากซีพีเอฟ และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่การผลิตหมูปลอดสารและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค เราเน้นเรื่องมาตรฐานการผลิตที่ดี โดยฟาร์มได้รับมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสุกร จากปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี และปศุสัตว์เขต3 รวมทั้งได้รับการรับรองว่าเป็นฟาร์มหมูปลอดสารเร่งเนื้อแดง และเป็นฟาร์มหมูรักษ์สิ่งแวดล้อม” คุณปกรณ์ บอก

คุณปกรณ์ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของเกษตรกรยุค 4.0 ที่นำเอาเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆมาปรับใช้ภายในฟาร์ม โดยที่ไม่เคยคิดว่าเป็นการลงทุนที่มากเกินไป ในทางกลับกันเขาคิดว่านี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าเนื่องจากเทคโนโลยีต่างๆที่นำมาใช้ ต่างสนับสนุนการเลี้ยงหมูให้ได้ผลผลิตที่ดี และมีรายได้จากการเลี้ยงหมู 350,000 บาทต่อรุ่นต่อโรงเรือน เป็นผลสะท้อนความสำเร็จในอาชีพ และเป็นบทพิสูจน์ของเกษตรกรหัวสมัยใหม่ ที่มุ่งสร้างอาหารปลอดภัย กับอาชีพคอนแทรคฟาร์มหมูที่ไร้ความเสี่ยงหรือลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด./

 

ข่าวเกษตร