ชัดเจน ปลูก “กัญชา” ผิดกฎหมาย ปลูกได้แต่กัญชง

 

อย.ยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้ปลูกกัญชาได้ แต่อนุญาตให้ครอบครองเพื่อวิจัยได้ ส่วนที่อนุญาตได้แก่กัญชง ที่ปัจจุบันอนุญาตให้ปลูกในพื้นที่ 5 จังหวัดของภาคเหนือ เพื่อรองรับการปลูกเชิงอุตสาหกรรม

วันนี้ (16 ม.ค.2561) นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ อ้างว่า โครงการปลูกพืชกัญชาเพื่อสกัดเป็นยารักษาโรค กระทรวงสาธารณสุขออกเป็นกฎกระทรวง ทั้งการขออนุญาตและการอนุญาตผลิตจำหน่ายนำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 4 หรือประเภท 5 ได้รับอนุมัติ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 มกราคม

 

การปลูกกัญชา เป้าหมายหลักใช้สกัดเป็นยารักษาโรคให้กับผู้ป่วย และเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ขณะนี้ยังไม่เริ่มดำเนินการปลูก เพราะจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูก และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่วนสถานที่เพาะปลูกตั้งอยู่ในพื้นที่ราชการ จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ควบคุมและอยู่ในการดูแลของรัฐบาล จะไม่มีหน่วยงานเอกชนเกี่ยวข้องในการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อความโปร่งใส

“อเมริกาเขาอนุญาตให้ใช้กัญชารักษาโรคทุกรัฐแล้ว แคนาดาสามารถทำเป็นเศรษฐกิจใหญ่ของเขา ยุโรปแทบทุกประเทศ อเมริกาใต้ก็หลายประเทศแล้ว จนส่งเสริมการปลูกแล้ว เป็นโอกาสของประเทศไทยเพราะเราอยู่ในภูมิประเทศที่เหมาะสมมากที่จะทำเรื่องนี้ ทั้งกัญชาและกระท่อมสกัดเป็นตัวยาได้ และสามารถขายออกต่างประเทศได้เลย” นายประพัฒน์ กล่าว

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า หากทุกฝ่ายเห็นชอบและพลักดันให้ถูกกฎหมาย ป.ป.ส อาจต้องร่างประมวลกฎหมาย ให้การเสพกัญชา กรณีเป็นผู้ป่วยและแพทย์สั่งสามารถทำได้ แต่ตามบทบาทของ ป.ป.ส. ขณะนี้ก็ยังเข้มงวดปราบปรามไม่ให้มีการลักลอบจำหน่ายหรือใช้เสพอย่างเข้มงวด
ข้อมูลสถิติผู้เสพยาเสพติดช่วงปีที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ส.พบว่ากัญชา เป็นยาเสพติดที่มีผู้เสพมากเป็นอันดับที่ 2 รองจากยาบ้า เพราะปัจจุบันสามารถซื้อขายง่าย

อย.ยืนยัน ไม่อนุญาตให้ปลูกกัญชา 

นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ชี้แจงว่ากฎกระทรวงดังกล่าว อนุญาตเฉพาะการปลูกกัญชงเท่านั้น โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้อนุญาต

 

ปัจจุบันอนุญาตปลูกในพื้นที่ 5 จังหวัดของภาคเหนือ เพื่อรองรับการปลูกเชิงอุตสาหกรรม แต่ยังไม่ได้ออกประกาศอนุญาตให้ปลูกในพื้นที่เป็นไร่ ที่ผ่านมากระทรวงอนุญาตให้ครอบครองกัญชา เพื่อใช้ในโครงการศึกษาวิจัย ที่จะพัฒนาสารสกัดจากกัญชาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์

“ในประกาศนั้นเราไม่ได้พูดถึงกัญชา ส่วนกัญชามีของเดิมอยู่แล้ว มีการอนุญาตให้ครอบครอง หมายถึงครอบครองเพื่อวิจัย แต่ยังไม่อนุญาตให้ปลูก ซึ่งตอนนี้มีหน่วยงานที่ขออนุญาตในการครอบครอง คือเอากัญชาที่ทางตำรวจยึดหรือจับมา โดยการทำหนังสือขออนุญาตกับคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้ปลูกกัญชา” นพ.สุรโชค กล่าว

รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า ที่ผ่านมายังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะเสนอว่าควรจะมีผลงานวิจัยที่แน่ชัดก่อน ซึ่งการวิจัยนั้นใช้เวลาเป็นปี

ทั้งนี้ อย.ได้เสนอให้แก้กฎหมายยาเสพติดให้โทษ ปี 2522 เพื่อสนับสนุนให้มีการพัฒนาการศึกษาวิจัยในคนได้ และนำกัญชา รวมทั้ง สารสกัด มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์รักษาโรคได้ ซึ่งบรรจุอยู่ในร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เบื้องต้นเท่าที่ทราบกัญชายังเป็นการนำมาใช้เพื่อการวิจัยเกี่ยวกับยารักษาโรคเท่านั้น ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากกัญชายังถือเป็นยาเสพติด ส่วนเรื่องพื้นที่ปลูก ยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะกระทรวงดูเรื่องการวิจัยทางยาเท่านั้น

 

ที่มา :: ThaiPBS