ปัจจุบันการส่งเสริมการเกษตรโดยเฉพาะการเพาะปลูกได้ใช้หลัก “ตลาดนำการผลิตหรือผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด” ต้องมีการวางแผนการผลิตให้เกิดความสมดุล เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเกษตรกรในเรื่องของราคาและปริมาณผลผลิตที่จะออกสู่ตลาด โดยเฉพาะการปลูกข้าว

สำหรับในช่วงฤดูแล้งหลังนา ปี 2561/2562 รัฐบาลได้กำหนดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังและพืชฤดูแล้งที่สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน โดยมีแผนให้เพาะปลูกพืชฤดูแล้งได้ 16.08 ล้านไร่ แยกเป็นพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 11.21 ล้านไร่ และพืชไร่พืชผัก 4.87 ล้านไร่

ซึ่งพื้นที่ปลูกพืชหลังฤดูกาลทำนานั้น เกษตรกรจะมีภาระในการจัดการน้ำที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าสูบน้ำ และค่าใช้จ่ายในการกำจัดศัตรูพืชที่สูงกว่าฤดูกาลปกติ ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรโดยรวม

ล่าสุดรัฐบาลได้อนุมัติโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนา ปี 2561/2562 เพื่อช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ทำให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะครอบคลุมเกษตรกร 3 กลุ่ม คือ

1) กลุ่มที่ปลูกพืชหลังนาในพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง* ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2561 – 31 มี.ค. 2562
2) กลุ่มที่ปลูกพืชหลังนาที่ไม่ได้อยู่ในภาคใต้และพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2561 – 30 เม.ย. 2562
3) กลุ่มที่ปลูกพืชหลังนาในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. – 15 มิ.ย. 2562

เกณฑ์การช่วยเหลือ :

1. ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นเกษตรกรสัญชาติไทย
2. เป็นหัวหน้าครัวเรือนหรือผู้ได้รับมอบหมาย (1 ครัวเรือน ต่อ 1 สิทธิ) ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดย
• พื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง จะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรภายใน 31 พ.ค. 2562
• พื้นที่นอกเหนือจากพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง และภาคใต้ จะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรภายใน 30 มิ.ย. 2562
• พื้นที่ภาคใต้ จะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรภายใน 15 ส.ค. 2562
3. เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2559 – 2561) ปีใดปีหนึ่ง และพื้นที่เข้าร่วมต้องเป็นพื้นที่นาเท่านั้น ตั้งแต่ 1 งานขึ้นไป แต่ไม่เกิน 15 ไร่
4. เป็นเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนา ปี 2561/62 ที่เพาะปลูกข้าวนาปรัง พืชไร่ พืชผัก พืชอาหารสัตว์ และพืชปรับปรุงบำรุงดิน ยกเว้นอ้อยและสับปะรด
5. เกษตรกรที่ปลูกพืชหลังนามากกว่า 1 ชนิด สามารถเลือกชนิดพืชในการขอรับความช่วยเหลือ แต่พื้นที่รวมกันต้องไม่เกิน 15 ไร่/ครัวเรือน
6. กรณีปลูกพืชอายุสั้นที่มีการเพาะปลูกหลายรอบการผลิตในพื้นที่เดียว สามารถเข้าร่วมโครงการได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
7. เป็นเกษตรกรที่เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับ ธ.ก.ส.

วงเงินช่วยเหลือ : ไร่ละ 600 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่

ขั้นตอนการดำเนินงาน :
1. เกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก หรือสถานที่อื่นที่สำนักงานเกษตรอำเภอนัดหมายตามความเหมาะสม ตั้งแต่บัดนี้ – 15 ก.ค. 62
2. คณะกรรมการตรวจสอบสิทธิระดับตำบล เป็นผู้ตรวจสอบสิทธิ คณะกรรมการระดับอำเภอ เป็นผู้รับรองสิทธิ และคณะกรรมการระดับจังหวัด เป็นผู้กำกับดูแลและแก้ไขปัญหาการรับรองสิทธิ
3. เกษตรกรตรวจสอบข้อมูล เพื่อแจ้งยืนยันการเข้าร่วมโครงการ
4. คณะกรรมการรับรองสิทธิและบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบสารสนเทศของกรมส่งเสริมการเกษตร
5. กรมส่งเสริมการเกษตรส่งผลไปยัง ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ ตรวจสอบประมวลผลและโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกร

รัฐบาลคาดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกพืชหลังนาให้สามารถดำรงชีพได้อย่างเหมาะสม ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และสร้างความมั่นคงทางอาชีพได้เป็นอย่างดี
———————-
* พื้นที่ลุ่มต่ำ ได้แก่ จังหวัดชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี ลพบุรี อยุธยา สระบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี