ไปดูการปลูก…“พุทรานมสด-กางมุ้ง” หวานกรอบ ได้กลิ่น “นมสด” ที่เชียงใหม่


พุทรานมสด-กางมุ้ง”หวานกรอบ ได้กลิ่น “นมสด” …ไม้ผลที่กำลังมาแรง
 

เรื่องและภาพ นิตยสารเกษตรวาไรตี้ รู้แล้วรวย

ใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวในวงการไม้ผลจะพบว่า พุทรานมสด เป็นกระแสที่น่าจับตามอง เนื่องจากเกษตรกรบ้านเราเริ่มนิยมปลูกและตลาดผลผลิตก็ตอบรับดีทีเดียว

ผลิตผลพุทรานมสด

พุทรานมสด (Milk Jujub) เป็นพืชที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างพุทราสายพันธุ์ฮันนี่ จูจุ๊บ(Jujub Honey) จากไต้หวัน กับพุทราพันธุ์ดอกพิเศษจากประเทศอินเดีย โดยใช้ต้นตอพุทราป่าของไทย ทำให้ได้พุทราพันธุ์ใหม่ที่มีการเจริญเติบโตดีสามารถดูดซับแร่ธาตุและอาหารจากดินและปุ๋ยได้ดี มีความทนทานต่อโรคและแมลงต่างๆ ทั้งยังให้ผลดก เหมาะสมสำหรับสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมของไทยด้วย

การปลูกพุทรานมสดสามารถปลูกไดทั้งในพื้นที่ดอนและที่ราบลุ่ม ยกเว้นพื้นที่ที่เป็นดินเหนียว (ดินที่น้ำไม่ไหลผ่าน) และดินทรายล้วนปลูกไม่ได้ สภาพอากาศในช่วงกลางวันและกลางคืนควรมีอุณหภูมิแตกต่างกัน 10 องศาเซียลเซียส จะดีที่สุด เพราะจะช่วยให้ความหวานของพุทราเพิ่มขึ้น 2 บริกซ์ ถ้าอุณหภูมิระหว่างกลางวัน-กลางคืนไม่แตกต่างกัน ความหวานเฉลี่ยอยู่ที่ 11 บริกซ์

นายสมบัติ มั่งคำ เกษตรกรผู้ปลูกพุทรานมสด

ปัจจุบันการปลูกพุทรานมสดได้มีเกษตรกรนำไปปลูกเพื่อการค้ามาก เพราะมีการจัดการดูแลที่ไม่ยากมากนัก ไม่ว่าจะเป็นที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่ได้คุณภาพดีแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่ทั้งนี้ก็ยังสามารถปลูกพืชชนิดอื่นได้คุณภาพดีด้วย อย่างพุทรานมสดก็มีเกษตรกรที่นำไปปลูกและได้ผลผลิตที่ดีมากเช่นกัน เกษตรกรที่กล่าวถึงนี้ คือ นายสมบัติ มั่งคำ อยู่บ้านเลขที่ 72 ม.6 ต.เขื่อนผาก อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

นายสมบัติ บอกว่า ได้ประกอบอาชีพมานาน ยึดมั่นในการทำเกษตรแบบอินทรีย์ โดยปลูกพืชไว้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าว ลำไย มะม่วง ปลูกผักอินทรีย์ ตลอดจนมีการเลี้ยงปลา เลี้ยงไส้เดือนดิน ทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เอง ปลูกไม้ยืนต้น ไม้ใช้ประโยชน์ เช่นไม้สัก มะแฮะ ไผ่ รอบสวน เป็นต้น

ปลูกพุทรานมสด แบบกางมุ้ง ป้องกันโรคแมลง

จุดเด่นของพุทรานมสด อยู่ที่รสชาติที่มีความหวาน กรอบ อร่อย เย็นชื่นใจเมื่อเคี้ยวในปาก และที่สำคัญเมื่อรับประทานจะได้กลิ่นนมสด ซึ่งจากลักษณะพิเศษดังกล่าวทำให้พุทราชนิดนี้มีราคาสูง และถูกอกถูกใจผู้บริโภค ดังนั้นพุทรานมสดจึงขายได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศจนผลิตกันไม่พอขายเลยทีเดียว มีข้อมูลว่าพุทรานมสดถูกส่งออกไปยังหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน จีน แคนาดา ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นต้น

นายสมบัติ บอกว่า พุทรานมสดที่ปลูกนั้นจะจัดการดูแลแบบอินทรีย์ ให้ผลผลิตหวาน กรอบ และปลอดภัย โดยสายพันธุ์พุทรานมสดที่ปลูก คือ “พันธุ์ซื่อหมี่”โดยการจัดการจะใช้นมสดราดหรือพ่น เป็นการให้สารอาหารที่ครบถ้วน (ตามสูตรท้ายนี้)


ทำการฉีดพ่นน้ำหมักนมสด

นายสมบัติกล่าวอีกว่า ในยุคแรกๆ ต้องเจอปัญหาแมลงศัตรูพืชมาโดยตลอด ทำให้ผลผลิตไม่สู้ดีเท่าไหร่ มีทั้งที่ห่อทันและไม่ทัน เพราะพุทราจะติดผลดกมาก ต้องเลือกผลที่สมบูรณ์ห่อเก็บไว้เท่านั้น ที่เหลือต้องปล่อยทิ้ง จนมาภายหลังได้ศึกษาการปลูกพุทรานมสดปลอดสารพิษ จึงหันปลูกแบบกางมุ้ง ช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชได้ดีมาก ไม่ต้องใช้สารเคมีอีกเลย เมื่อดูแลจัดการแบบกางมุ้งแล้วผลปรากฏว่าให้ผลผลิตที่ดี ลูกโตรสหวาน

ค่าต้นทุนมุ้งที่ใช้กางคลุมต้นพุทรา 50 ต้น เพื่อป้องกันแมลงมาทำลายผลพุทราตก 15,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี

สภาพอากาศที่หนาวเย็นจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลดีต่อพุทราเป็นอย่างมาก ทำให้ลูกใหญ่หวานและกรอบ สามารถเก็บผลผลิตที่มีคุณภาพได้เกือบ 70–80 เปอร์เซ็นต์ โดยปกติจะเก็บเกี่ยวผลผลิตปีละครั้ง อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

การปลูกพุทรานมสดให้ได้ผลผลิตดี

เทคนิคการปลูกพุทรานมสดที่ดี ต้องเตรียมดินให้มีอินทรียวัตถุที่สมบูรณ์ เช่น ปรับสภาพดินโดยใช้ปูนขาว และเพิ่มอินทรียวัตถุในดินโดยใช้ปุ๋ยคอก โดยวิธีการปลูกนั้นเราจะปลูกเลียนแบบการเกิดของเมล็ดไม้ในธรรมชาติ กล่าวคือ ไม่ต้องขุดหลุมลึกมาก เอาแค่กลบดินในถุงเพาะได้ก็พอ ซึ่งต้นกล้าที่แนะนำให้ปลูกคือต้นกล้าที่ได้จากการเสียบยอดเพราะจะโตและให้ผลผลิตเร็ว โดยระยะการปลูกจะอยู่ที่ 5×5เมตร หรืออาจจะใกล้กว่านี้ถ้ามีการจัดการดูแลที่ทั่วถึง

วิธีปลูกใช้ปุ๋ยคอกโรยรองก้นหลุมแล้วนำต้นพันธุ์ลงปลูก โดยให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 5×5 เมตร หากเป็นที่ลุ่มต้องยกร่องเพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยต้นพันธุ์ของพุทรานมสดจะอยู่ที่ประมาณ150 บาท และเมื่อพุทรามีผลโตเท่าประมาณเหรียญสิบให้ทำการห่อผลด้วยถุงพลาสติกเพื่อเป็นการป้องกันแมลงซึ่งวิธีนี้จะทำให้ไม่ต้องเสียเงินค่าสารเคมี แต่เนื่องจากพุทราติดผลดกมาก ต้องเลือกห่อเฉพาะบางผลเท่านั้น ถ้าห่อแล้วแมลงวันทองก็จะไม่เข้าทำลาย นอกจากการห่อก็ยังมีวิธีการใช้ลูกเหม็นมาผูกไว้ตามปลายกิ่งของต้นพุทราเพื่อไล่แมลงนั่นเอง


ต้นพันธุ์พุทรานมสด

การใส่ปุ๋ยในระยะเริ่มต้นจะต้องให้ปุ๋ยสูตรตัวหน้าสูง สลับกับปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 ทุกๆ10 วัน โดยปริมาณการให้จะให้ต้นละครึ่งช้อนโต๊ะ (หลังจากปีที่ 2 เป็นต้นไปให้เพิ่มเป็นต้นละ 1 ช้อนโต๊ะ ทุกๆ 10 วัน) พอเข้าเดือนที่ 4 ต้นพุทราจะเริ่มออกดอก ให้เปลี่ยนสูตรปุ๋ยเป็นสูตร 8-24-24 โดยจะให้ทุกๆ 10 วันเช่นกัน จนกว่าพุทราจะเริ่มติดลูกจึงเปลี่ยนสูตรปุ๋ยเป็น 0-0-60 พร้อมกับให้ปุ๋ยหมักนมสดเพื่อเพิ่มรสชาติให้พุทรามีความกรอบและหวานจัด (ตามสูตรท้ายนี้)นอกจากนั้นยังมีการใส่ปุ๋ยคอกที่โคนต้นอยู่ประจำด้วย

ส่วนการให้น้ำนั้นจะต้องรดน้ำให้ชุ่ม ซึ่งทางที่ดีควรจะติดระบบน้ำแบบสปริงเกอร์ไว้ 3 จุดรอบทรงพุ่ม ในฤดูหนาวและฤดูร้อนจะรดน้ำ 3 วัน/ครั้ง และในฤดูฝนต้องคอยระบายน้ำออกตลอดเวลาอย่าให้น้ำขัง ไม่เช่นนั้นต้นพุทราอาจเน่าตายได้ส่วนเรื่องอากาศไม่ค่อยมีผลกับพุทรามากนัก ทำที่ไหนก็สามารถออกผลผลิตเหมือนๆ กันและสามารถออกผลได้ทั้งปีเมื่อครบกำหนด

เมื่อปลูกได้ 8 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ โดยการเก็บผลผลิตให้เก็บผลที่แก่ประมาณ 70% โดยขั้วพุทราจะยุบเข้าไปในผลนั่นเองโดยผลผลิตจะได้ 50 กิโลกรัม/ต้น ไม่ควรปล่อยให้น้ำหนักมากกว่านี้ เพราะจะทำให้ได้ผลพุทราขนาดเล็กเกินไป ขายได้ราคาต่ำ ซึ่งการขายจะเป็นการขายแบบแบ่งไซด์ใหญ่อยู่ที่กิโลกรัมละ40 บาท (7-8 ลูก/กิโลกรัม) ส่วนไซด์เล็กจะอร่อยกว่าราคา 30-40 บาท/กิโลกรัม

ส่วนการให้ผลผลิตนั้นในปีแรกจะให้ผลผลิตอยู่ที่ต้นละ 20-30 กิโลกรัม ปีที่ 2 จะเพิ่มขึ้นเป็น 40-50 กิโลกรัม และปีที่ 3 เป็นต้นไปจะให้ผลผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ และบางต้นจะให้ผลผลิตมากถึงต้นละ 100 กิโลกรัม

“พุทราเป็นพืชที่ปลูกง่าย ประมาณเดือนที่ 4 จะเริ่มติดดอก เดือนที่ 5 เริ่มติดผล และเดือนที่ 8 จะเริ่มเก็บผลผลิตขายได้” นายสมบัติกล่าว

วิธีการทำสาว พุทรานมสด

ต้นพุทราจะมีกิ่งก้านที่กระจัดกระจาย กิ่งชี้กระโดงมากมาย และลำต้นจะสูงใหญ่ ดังนั้นในทุกๆ ปีหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จจะต้องทำสาวต้นพุทรา โดยจะเริ่มทำในปีที่ 2 ส่วนวิธีการทำคือตัดลำต้นออก โดยจะต้องตัดให้สูงจากพื้นดินประมาณ 40-50 เซนติเมตร ภายใน 1 สัปดาห์จะเริ่มมียอดใหม่แทงออกมา ให้เลือกยอดที่สมบูรณ์ที่สุดไว้เพียง 2 ยอด โดยยอดที่เลือกไว้จะต้องอยู่ในลักษณะตรงกันข้ามกัน จากนั้นจึงเริ่มดูแลเช่นเดียวกันกับในปีแรก

สูตรทำน้ำหมักนม และวิธีการใช้
  • นมข้นหวาน              3        กระป๋อง
  • น้ำเปล่า                  20       ลิตร
  • น้ำตาลทรายแดง        1        กิโลกรัม
  • นมเปรี้ยว                 1        ขวด

นำวัตถุดิบทั้งหมักเทรวมกันคลุกเคล้าให้เข้ากัน บรรจุใส่ในถังหรือโอ่งที่มีที่ปิดมิดชิด หมักทิ้งเอาไว้นาน 3 เดือน เมื่อเปิดดูจะพบมีชั้นของไขมันอยู่ด้านบน ลงไปจะเป็นชั้นน้ำสีเหลืองขุ่นซึ่งน้ำนี้สามารถนำไปใช้ได้ ส่วนด้านล่างก้นถังจะเป็นในส่วนของแป้งที่ตกตะกอนลงไป การนำไปใช้ให้ใช้สายยางดูดเอาส่วนที่เป็นน้ำเหลืองขุ่นออกมานำไปผสมน้ำ โดยอัตราการใช้คือ น้ำสกัดชีวภาพนมสด 20ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ7-10 วันสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดหากต้องการทำจำนวนน้อยลง ให้ลดอัตราส่วนวัตถุดิบตามจำนวนปุ๋ยนมสดช่วยในการบำรุงต้น-กระตุ้นยอดอ่อนการทำปุ๋ยใช้เองเป็นอีกหนึ่งวิธีลดต้นทุนการผลิตที่เกษตรกรรุ่นใหม่ นิยมใช้แทนการใช้สารเคมี ซึ่งให้ผลดีและเป็นประโยชน์ต่อพืชปลูกได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลที่ได้จะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เลือกใช้ เช่นเดียวกับปุ๋ยสูตรนมสด ที่ช่วยให้ต้นพืชสะสมอาหารเพื่อเตรียมความพร้อมกระตุ้นให้แตกยอดอ่อนอย่างได้ผล


ปลูกพุทรานมสดปลอดสารพิษ แบบกางมุ้ง ช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืช

นายสมบัติ กล่าวทิ้งท้ายว่าพุทราเป็นไม้ผลชนิดหนึ่งที่ทำรายได้ได้ดี แต่ตนยังปลูกได้ไม่มากนัก ในอนาคตจะเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังทำเกษตรแบบอินทรีย์ผสมผสานเพื่อให้พืชในสวนได้พึ่งพาอาศัยกัน ลดต้นทุนการผลิตโดยที่ผ่านมาได้เข้ารับการอบรมการเกษตรต่างๆ และนำเอาความรู้มาปรับใช้กับแปลงการทำการเกษตรตนเอง การทำการเกษตรแบบผสมผสานจะมีรายได้ทุกเดือนตลอดตามปฏิทินการทำการเกษตร และกินทุกอย่างที่ปลูก อีกทั้งตนยังได้เข้าระบบสหกรณ์ที่เข้ามาช่วยในการทำบัญชีครัวเรือนเพื่อให้ทราบว่าบัญชีราย-รายจ่ายเป็นอย่างไร ตลอดจนต้นทุนการผลิตต่างๆ เป็นต้น

เกษตรกรท่านใดที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อนายสมบัติ มั่งคำ เลขที่ 72 ม.6 ต.เขื่อนผาก อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ โทร.085-718-1830