อธิบดีปศุสัตว์ สั่ง ปศจ.นครศรีธรรมราช แจ้งความดำเนินคดีเจ้าของวัว

เมื่อวันที่ 16 ก.ย.61 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีชาวบ้าน อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช รับประทานเนื้อวัวที่ตายจากโรคพิษสุนัขบ้า โดยเจ้าของนำมาชำแหละขายโดยไม่เชื่อฟังคำแนะนำของเจาหน้าที่ปศุสัตว์ให้ฝั่งกลบทำลายซาก ว่าได้สั่งการปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช แจ้งความดำเนินคดีกับจ้าของวัวแล้วกรณีจำหน่ายสัตว์ตายโดยมิได้ถูกฆ่า และไม่ได้ตรวจโรคโดยพนักงานตรวจโรคสัตว์ผิดกฎหมายพรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์ มาตรา 36/37/38 มีโทษมาตรา56/60/62 จำคุกไม่เกิน3 ปี ปรับไม่เกิน2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยยังมีโทษปรับเรียงตามรายตัวสัตว์ วัว หรือกระบือ ตัวละไม่เกิน5 หมื่นบาท และโทษฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุก 1-2 ปี ปรับ1-2 แสนบาท หรือทั้จำทั้งปรับ และได้ดำเนินการจัดประชุมภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ปศุสัตว์ สาธารณสุข นายอำเภอ ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการประชุมเพื่อหามาตรการในการแก้ไขปัญหา

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้รับรายงานข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ก.ย.61 เจ้าหน้าที่ผสมเทียม อ.พรหมคีรี ได้รับแจ้งวัวป่วย มีอาการซึม น้ำลายไหลยืด และถ่ายเหลวเป็นเลือด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการรักษาวัวตัวดังกล่าว จนวันพุธที่ 12 กันยายน วัวได้เสียชีวิตลง เจ้าของวัวได้ทำการผ่าซาก และปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรีได้ทำการเข้าไปตรวจสอบ พบม้ามมีลักษณะดำคล้ำ บริเวณลำไส้มีจุดเลือดออก ร่วมกับอาการจากการซักประวัติ สงสัยโรคพิษสุนัขบ้า จึงได้ทำการเก็บซากหัวส่งมายังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชพร้อมให้คำแนะนำและกำชับเจ้าของว่าให้ทำการฝังซาก ห้ามนำมารับประทาน ซึ่งวันที่ 13 กันยายน เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชทำการผ่าซากหัว เก็บเฉพาะส่วนสมองส่งตรวจยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ต่อมาวันที่ 14 กันยายน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้แจ้งพบผลบวกต่อเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรีจึงได้ดำเนินการออกสอบสวนโรค พบว่า เหตุเกิด ณ ม.1 ต.นาเรียง อ.พรหมคีรี เจ้าของวัวมีวัวทั้งหมด 12 ตัว ป่วยและเสียชีวิต 1 ตัว เป็นวัวพันธุ์พื้นเมือง เพศผู้ อายุ 3 ปี เจ้าของได้ทำการแจกจ่ายและขายเนื้อวัวออกไปในพื้นที่ใกล้เคียงโดยไม่ได้เชื่อคำแนะนำของปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรีที่ได้แนะนำไว้ เบื้องต้น ไม่พบผู้โดนวัวตัวนี้กัด แต่มีผู้สัมผัสกับเนื้อวัวจำนวน 6 ราย สาเหตุการติดเชื้อพิษสุนัขบ้าคาดว่าน่าจะเกิดมาจากโดนสุนัขกัดในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเจ้าของได้นำวัวไปผูกล่ามไว้ในทุ่งหญ้าสาธารณะ

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่า ในส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลนาเรียงได้ดำเนินการจัดซื้อและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัขและแมวพื้นที่ ต.นาเรียงแล้ว จำนวน 1,200 ตัว ครบตามยอดที่ได้สำรวจสัตว์ไว้ ซี่งการดำเนินการสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชสำนักงานปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขนครศรีธรรมราชเข้าสอบสวนจุดเกิดโรคเพื่อค้นหาผู้สัมผัสโรคเพิ่มเติม ในเบื้องต้นพบว่ามีการนำเนื้อโคไปขาย ณ ตลาดตำบลท่างิ้ว อำเภอเมือง และอำเภอนบพิตำ ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชจะได้ทำการประสานงานค้นหาผู้สัมผัสเชื้อในอำเภออื่นๆต่อไป ประสานงานกับทางนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเรียง เพื่อจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นกรณีพิเศษ เพื่อฉีดกระตุ้นให้กับสุนัขและแมวในพื้นที่ และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรีได้ทำการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว ชนิด ดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับสุนัขและแมวในรัศมี 5 กิโลเมตรตามมาตรการของกรมปศุสัตว์ และฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าให้กับโคร่วมฝูงที่เหลืออีก 11 ตัวรวมทั้งโคที่เลี้ยงปล่อยในทุ่งหญ้าสาธารณะเดียวกับวัวที่เสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ประสานผู้นำท้องถิ่น และอาสาในชุมชน ช่วยกันเฝ้าระวังและสังเกตอาการของสัตว์ในกลุ่มเสี่ยงเป็นระยะเวลา 6 เดือน หากสงสัยหรือสัตว์มีอาการป่วยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ทันที

“สำหรับผู้ที่สัมผัสเชื้อ เบื้องต้นได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่โรงพยาบาลพรหมคีรีแล้ว เบื้องต้นมีผู้ได้รับวัคซีนแล้ว จำนวน 35 ราย พร้อมกันนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังได้ประสานงานไปยัง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอใกล้เคียง เพื่อค้นหาผู้สัมผัสโรค และนำส่งไปฉีดวัคซีน ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอใกล้เคียง”นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าว

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่า จากประเด็นปัญหา เจ้าของและชาวบ้าน นำซากโคชำแหละไปปรุงอาหารและมีอาการผิดปกติ เช่น เซื่องซึม ขนพอง ตาแดงกล่ำ ฯลฯ นั้น ขอยืนยันว่า ไม่มีประชาชนที่กินเนื้อโคที่ชำแหละแล้วเกิดอาการ แต่มีกระบวนการค้นหาผู้สัมผัสกับเนื้อโค ผู้นำเนื้อโคไปปรุงอาหาร การนำส่งประชาชนผู้สัมผัสเนื้อโคดังกล่าว เข้ารับบริการฉีดวัคซีนตามกระบวนการของกระทรวงสาธารณสุข